You are here

จดทะเบียนทรัพย์สิทธิ ครอบครองปรปักษ์

ฎีกา ๒๐๖๘/๒๕๕๒ เล่ม๕

    บุคคลภายนอกตาม มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ หมายถึง บุคคลใดๆ ก็ได้ที่มิใช่เจ้าของที่ดินเดิม ซึ่งได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว เมื่อ ธนาคาร ก. เป็นทั้งผู้รับจำนองที่ดินพิพาทจากเจ้าของเดิม และยังเป็นผู้ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด โดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต แล้ว ธนาคาร ก. จึงเป็นบุคคลภายนอก ย่อมได้รับความคุ้มครอง ตาม มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒

    เมื่อ ธนาคร ซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาด ผู้ร้องไม่อาจอ้างการครอบครองปรปักษ์ ขึ้นใช้ยันธนาคารได้ ตาม มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง แม้เมื่อผู้คัดค้านที่ ๑ ได้รับโอนที่ดินพิพาทจากธนาคาร ภายใน ๑๐ ปี นับแต่วันรับโอนจากธนาคาร และรับโอนโดยไม่สุจริตก็ตาม ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ครอบครองปรปักษ์ ก็ไม่อาจยกสิทธิของตน ขึ้นใช้ยันผู้เคัดค้านที่ ๑ ผู้รับโอนคนต่อมาได้ เพราะสิทธิของผู้ครอบครองปรปักษ์ขาดตอนไปแล้วตั้งแต่ ธนาคาร ผู้รับโอนทางทะเบียน โดยสุจริตตอนแรก แม้ผู้ร้องจะยังคงครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา แต่การครอบครองในช่วงหลัง ที่ ธนาคาร และผู้คัดค้านที่๑ รับโอนกรรมสิทธิ์ มา เมื่อนับถึงวันที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ โดยการครอบครองปรปักษ์ ยังไม่ครบ ๑๐ ปี ก็จะถือว่ามีการครอบครองปรปักษ์ต่อผู้คัดค้าน ที่ ๑ ครบเวลาได้กรรมสิทธิ์แล้วด้วยหาได้ไม่

     ฎีกานี้ น่าสนใจ ที่ ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทมา ๒๔ ปี ติดต่อกัน โดยสงบเปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของแต่ไม่ชนะคดี เพราะในช่วงแรกที่ครอบครองมาครบกำหนด ๑๐ ปี ผู้ร้องไม่ยื่นคำร้องครอบครองปรปักษ์ ปล่อยจน ธนาคารกรุงศรี ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด และมีการแก้ไขทางทะเบียนเรียบร้อย ธนาคากรุงศรีได้รับประโยชน์ตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรค สองการครอบครองปรปักษ์สิ้นสุด นับแต่วันที่ ธนาคารกรุงศรรีจดทะเบียน ระยะเวลาการครอบครองต้องนับหนึ่งใหม่  ซึ่งผู้ร้องมาร้องนั้นยังไม่ครบ ๑๐ ปี จึงไม่ชนะคดี   ดังนั้นผู้ที่ครอบครองที่ดินที่จะร้องขอครอบครองปรปักษ์ เมื่อครบกำหนด ๑๐ ปี จะต้องดำเนินการร้องให้เป็นกรรมสิทธิ์ โดยการครอบครองปรปักษ์ โดยเร็วเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นอย่างฎีกานี้ก็ได้