You are here

การบอกเลิกสัญญา


 คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๖๑๕/๒๕๕๓ เล่ม ๗  ส


     เมื่อสัญญายังไม่เลิกกันเพราะการบอกเลิกสัญญาของจำเลย คู่สัญญาจึงยังมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญา กล่าวคือ โจทก์มีหน้าที่ต้องชำระราคา ส่วนที่เหลือและจำเลยมีหน้าที่่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้งสองให้แก้โจทก์ แต่ได้ความตามคำให้การของจำเลยว่า จำเลยได้โอนขาย ห้องชุดทั้งสองไปแล้ว ก่อนโจทก์บอกเลิกสัญญาดังนี้ การชำระหนี้ของจำเลยในการที่จะต้องโอนกรรมสิทธิ์ ห้องชุดให้แก่โจทก์จึงกลายเป็นพ้นวิสัย เพราะเหตุอันเกิดจากการกระทำของจำเลย โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าจำเลยอาจซื้อห้องชุดคืนมาโอนให้โจทก์ได้หรือไม่ ดังที่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ตามมาตรา ๓๘๙ โดยหาจำต้องบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้ ตามมาตรา ๓๘๗ ก่อน การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงชอบ เมื่อสัญญาเลิกกันเพราะโจทก์ใช้สิทธิเลิกสัญญา   คู่สัญญาจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งกลับคืนสู่ฐานะเดิม
     ฎีกานี้ น่าสนใจที่ ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้อง เพราะการบอกเลิกสัญญาไม่ชอบ แต่ศาลฎีกา ท่านวินิจฉัยว่าเมื่อการชำระหนี้ของจำเลยกลายเป็นพ้นวิสัย ไปแล้ว โจทก์ก็ไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา ๓๘๗   สามารถบอกเลิกสัญญาได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว ตามมาตรา ๓๘๙